จำนวนสมาชิก ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ความสำเร็จของคริสตจักร

การมีคริสตจักรใหญ่โตไม่ได้เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จเสมอไป คนมาเข้าโบสถ์ด้วยสาเหตุต่างกันมากมาย ซึ่งบางครั้งอาจไม่เกี่ยวข้องกับพระกิตติคุณเลยก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ ตื่นเต้น ต้องการรับการรักษาโรค (แต่กลับไม่รู้จักพระเจ้าผู้บริสุทธิ์) บางคนชอบเข้ามาฟังคำเทศนาเยินยอของนักเทศน์ หรือ บางคนเข้าโบสถ์ เพราะรู้สึกว่าได้ร่วมทำกิจกรรมที่มีชีวิตชีวา  โดยลืมว่า การเป็นคริสเตียนแท้นั้น คือ การกลับใจจากบาป รับการชำระด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ และตั้งใจดำเนินชีวิตในทางแห่งความชอบธรรม เป็นคนสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า และต่อสังคม

ความจริงแล้ว การมีคริสตจักรใหญ่โต ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย...เป็นการดีที่คนจำนวนมากจะเข้ามาในคริสตจักรของพระเจ้า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พระเยซูคริสต์ และคำสอนถูกต้องตามพระคัมภีร์...พระเยซูไม่เคยชมคน เพราะสิ่งใหญ่โต แต่พระองค์ชมเชยคนสัตย์ซื่อ "เจ้านายของเขาตอบว่า 'ดีมาก เจ้าเป็นบ่าวที่ดีและสัตย์ซื่อ!" (มัทธิว 25:23)

การดูดศพคืออะไร? (What is Grave Sucking?)

บทความนี้ถูกแปลจาก What is Grave Sucking? เขียนโดย ไมเคิล โบห์ม (Michael Boehm) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2014  คำแปลนี้ถูกโปสต์โดยรับอนุญาติจากผู้เขียน

คุณเคยได้ยินเรื่องการดูดศพไหม

คำสอน พระวจนะแห่งคำเชื่อ (Word of Faith) ของพวกแคริสเมติก จะบ้าบอไปได้มากกว่านี้ไหม คำสอนใหม่ของพวกคริสเตียนโรคจิตของคริสเตียนกลุ่มนี้มีชื่อเรียกกันว่า การดูดศพ

ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่า การดูดศพ ผมคิดว่าเป็นการพูดเล่น คงจะไม่มีอ้ายงั่งหน้าไหนเชื่อเรื่องพรรณ์นี่กันแน่ แต่คุณเข้าใจผิด การดูดศพหรือคว้าของประทานศพเป็นความเชื่อและพฤติกรรมการดูดของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์จากกระดูกซากศพ อันเป็นคำสอนของคริสเตียนที่ว่า เมื่อคนที่มีของประทานของพระวิญญาณเสียชีวิตลงไป ของประทานหรือภารกิจได้ตายตามคน ๆ นั้นไปด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ พันธกิจพระเจ้าของผู้เชื่อคนนั้นถูกบั่นทอนลงเมื่อตายไป

"ยังมีบรรดาการเจิม บทบาทฝ่ายวิญญาน การสำแดง และความลี้ลับ ต่างๆ ที่อยู่มาจนทุกวันนี้โดยไม่มีการนำมาใช้  ณ.ที่นั้นๆซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกทิ้งเอาไว้ เนื่องจากชนรุ่นซึ่งดำเนินในสิ่งเหล่านี้ไม่เคยส่งทอดมันต่อไป.  ผมเชื่อว่า เป็นไปได้ที่เราจะรื้อฟื้นมิติต่างๆแห่งการเจิม มิติต่างๆแห่งความเข้าใจ และมิติต่างๆของพระเจ้าที่ได้ถูกปล่อยทิ้งไว้ มานับหลายทศวรรษ  แค่โดยการเลือกที่จะนำสิ่งเหล่านี้กลับคืนมา และสืบทอดต่อไปสำหรับชนรุ่นต่อๆไปในอนาคต" - บิล จอห์นสัน (Bill Johnson)

บางที คริสเตียนคนนั้นอาจจะมีของประทานการรักษาโรค บางที คน ๆ นั้นอาจจะเป็นอัครทูต ผู้พยากรณ์ หรือนักประกาศ ซึ่งหมายความว่า คนเหล่านี้ต้องมีของประทานที่ว่าจริง ซึ่งผมก็ยังมีข้อสงสัยอยู่มาก แต่เอาล่ะ ความเชื่อที่ว่าคือ บัดนี้ แผนการของพระเจ้าและการทรงเจิมต้องหยุดชะงักลง แล้วพระเจ้าจะแก้ไขปัญหาและทำให้แผนการของพระองค์ดำเนินต่อได้อย่างไร

กลุ่มคาลวินไม่ประกาศจริงหรือ? (Calvinists Don’t Evangelize?)

John Calvin by Holbein

มีคนบางคนคิดว่าคริสเตียนที่เชื่อตามศาสนศาสตร์ของ จอห์น คาลวิน (Calvinists) ไม่ยอมประกาศข่าวประเสริฐ  คนเหล่านี้ประนามกลุ่มคาลวินว่าไม่เห็นความสำคัญของการประกาศ เพราะพวกเขาเชื่อว่าพระเจ้าทรงเลือกสรรล่วงหน้าทุกคนที่จะรอด และความรอดนั้นขึ้นอยู่กับพระเจ้า ไม่ไช่การตัดสินในของมนุษย์  ถ้าพระเจ้าทรงเลือกสรรคนที่จะรอดทุกคนเรียบร้อยแล้ว คริสเตียนต้องประกาศทำไม?  

แม้ว่าบางคนอ้างว่ากลุ่มคาลวินมีความคิดและแนวการปฏิบัติอย่างนี้  หลักฐานตามประวัติศาสตร์และคำพูดของ จอห์น คาลวินเอง ก็ไม่สนับสนุนคำกล่าวหานั้น  มีมิชชันนารีที่เชื่อตามคาลวินในเรื่องการเลือกสรรล่วงหน้านั้นหลายคนเป็นแนวหน้าในการบุกเบิกคริสตจักรทั่วโลก เช่น วิลเลียม แครรี่ (William Carey) ที่อินเดีย และอโดนิรัม จัดสัน (Adoniram Judson) ที่พม่า 

คณะคริสตจักรใหญ่ที่เชื่อตามคาลวินคือ เพรสไบทีเรียน (Presbyterian) ได้มีบทบาทสำคัญในการริเริ่มคริสตจักรที่ เกาหลี แอฟริกาตะวันออก ไต้หวัน เมืองไทย และที่อื่นๆ

Donation Address

OMF International
10 W. Dry Creek Circle
Littleton, CO 80120

With your check, please include a note indicating support for "Karl & Sun Dahlfred"
You may also give online.