Print

คำเทศนา: จงขอแล้วจะได้ (มทธิว 7:7-12)

 

 

มัททิว 7:7-12 (THSV 2011)

7 “จง​ขอ​แล้ว​จะ​ได้ จง​หา​แล้ว​จะ​พบ จง​เคาะ​แล้ว​จะ​เปิด​ให้​แก่​พวก​ท่าน 8 เพราะ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ขอ​ก็​ได้ และ​ทุก​คน​ที่​แสวง​หา​ก็​พบ ทุก​คน​ที่​เคาะ​ก็​จะ​เปิด​ให้​เขา 9 ใน​พวก​ท่าน​มี​ใคร​บ้าง​ที่​จะ​เอา​ก้อน​หิน​ให้​ลูก​เมื่อ​เขา​ขอ​ขนม​ปัง? 10 หรือ​ให้​งู​เมื่อ​ลูก​ขอ​ปลา? 11 เพราะ​ฉะนั้น ถ้า​พวก​ท่าน​เอง​ผู้​เป็น​คน​บาป​ยัง​รู้​จัก​ให้​ของ​ดี​แก่​ลูก​ของ​ตน ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​จะ​ประ​ทาน​สิ่ง​ดี​แก่​พวก​ที่​ขอ​ต่อ​พระ​องค์ 12 จง​ปฏิ​บัติ​ต่อ​ผู้​อื่น​อย่าง​ที่​พวก​ท่าน​ต้อง​การ​ให้​พวก​เขา​ปฏิ​บัติ​ต่อ​ท่าน เพราะ​นี่​คือ​ธรรม​บัญ​ญัติ​และ​คำ​สั่ง​สอน​ของ​บรร​ดา​ผู้​เผย​พระ​วจนะ

Print

คำเทศนา: จงรักเพื่อนบ้าน จงรักศัตรู (มทธิว 5:38-48)

 

 

มัททิว 5:38-48 (THSV 2011)

38 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​ว่า‘ตา​แทน​ตา และ​ฟัน​แทน​ฟัน ’ 39 ส่วน​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า อย่า​ต่อสู้​คน​ชั่ว ถ้า​ใคร​ตบ​แก้ม​ขวา​ของ​ท่าน​ก็​จง​หัน​แก้ม​อีก​ข้าง​หนึ่ง​ให้​เขา​ด้วย 40 ถ้า​ใคร​ต้องการ​จะ​ฟ้อง​ศาล เพื่อ​จะ​ปรับ​เอา​เสื้อ​ของ​ท่าน​ไป ก็​จง​สละ​เสื้อ​คลุม​ให้​เขา​ด้วย 41 ถ้า​ใคร​จะ​เกณฑ์​ท่าน​ให้​เดิน​ทาง​ไป​หนึ่ง​กิโล​เมตร ก็​ให้​เลย​ไป​กับ​เขา​ถึง​สอง​กิโล​เมตร 42 ถ้า​เขา​จะ​ขอ​สิ่ง​ใด​จาก​ท่าน ก็​จง​ให้ อย่า​เมิน​หน้า​จาก​ผู้​ที่​ต้อง​การ​ขอ​ยืม​จาก​ท่าน 43 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​ว่า‘จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​ของ​ท่าน และ​เกลียด​ชัง​ศัตรู​ของ​ท่าน’ 44 แต่​เรา​บอก​พวก​ท่านว่า จง​รัก​ศัตรู​ของ​ท่าน และ​จง​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​บรร​ดา​คน​ที่​ข่ม​เหง​พวก​ท่าน 45 เพื่อ​ว่า​พวก​ท่าน​จะ​เป็น​บุตร​ของ​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ให้​ดวง​อาทิตย์​ของ​พระ​องค์​ขึ้น​ส่อง​สว่าง​แก่​คน​ดี​และ​คน​ชั่ว​เสมอ​กัน และ​ให้​ฝน​ตก​แก่​คน​ชอบ​ธรรม​และ​คน​อธรรม 46 เพราะ​ว่า​ถ้า​พวก​ท่าน​รัก​คน​ที่​รัก​ท่าน พวก​ท่านจะ​ได้​บำ​เหน็จ​อะไร? พวก​คน​เก็บ​ภาษี​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​ไม่ใช่​หรือ? 47 ถ้า​พวก​ท่าน​ทัก​ทาย​แต่​พี่​น้อง​ของ​ตน​เท่า​นั้น ท่าน​ได้​ทำ​อะไร​พิ​เศษ​ยิ่ง​กว่า​คน​อื่นๆ? พวก​ต่าง​ชาติ​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​ไม่​ใช่​หรือ? 48 เพราะ​ฉะนั้น​พวก​ท่าน​จง​เป็น​คน​ดี​พร้อม เหมือน​อย่าง​ที่​พระ​บิดา​ของ​ท่าน ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ทรง​ดี​พร้อม

Print

คำเทศนา: ชีวิตในพระคุณที่มีความสุข (มัทธิว 5:7-9)

 

 

มัททิว 5:7-9 (TNCV)

7 ความสุขมีแก่ผู้ที่เมตตากรุณา
    เพราะเขาจะได้รับความเมตตากรุณาตอบแทน
8 ความสุขมีแก่ผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์
    เพราะเขาจะเห็นพระเจ้า
9 ความสุขมีแก่ผู้ที่สร้างสันติ
    เพราะเขาจะได้ชื่อว่าบุตรของพระเจ้า

Print

คำเทศนา: พระผู้ช่วยให้รอดมาแล้ว! (ลูกา 2:22-40)

 

 

ลูกา 2:22-40 (THSV 2011)

22เมื่อถึงเวลาทำพิธีชำระตัวตามธรรมบัญญัติของโมเสส บิดามารดาจึงนำพระกุมารไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า 23ตามที่เขียนไว้แล้วในธรรมบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า ว่า "บุตรชายหัวปีทุกคนจะต้องเป็นบุตรที่ถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า"~ 24แล้วพวกเขาก็ถวายเครื่องบูชาตามที่ตรัสสั่งไว้แล้วในธรรมบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือ นกเขาคู่หนึ่ง หรือนกพิราบหนุ่มสองตัว 25มี ชายคนหนึ่งในกรุงเยรูซาเล็มชื่อสิเมโอน เป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า ท่านคอยเวลาที่พวกอิสราเอลจะได้รับการปลอบโยนใจ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็สถิตกับท่าน 26พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงแก่ท่านว่าท่านจะไม่ตายจนกว่าจะได้เห็นพระคริสต์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า 27เมื่อ สิเมโอนเข้าไปในบริเวณพระวิหารโดยการทรงนำของพระวิญญาณ และขณะที่บิดามารดานำพระกุมารเยซูเข้าไปเพื่อจะทำต่อพระกุมารตามธรรมเนียม ของธรรมบัญญัตินั้น 28สิเมโอนเข้าไปอุ้มพระกุมาร และสรรเสริญพระเจ้าว่า 29"ข้าแต่องค์เจ้านาย บัดนี้ขอทรงให้ทาสของพระองค์ไปเป็นสุข ตามพระดำรัสของพระองค์ 30เพราะว่าตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์แล้ว 31ซึ่งพระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ต่อหน้าชนชาติทั้งหลาย 32เป็นความสว่างที่ส่องแก่คนต่างชาติ และเป็นศักดิ์ศรีของพวกอิสราเอลชนชาติของพระองค์" 33ส่วนบิดามารดาของพระกุมารนั้นก็ประหลาดใจเพราะถ้อยคำที่ท่านกล่าวถึงพระกุมาร 34แล้ว สิเมโอนก็อวยพรเขา แล้วกล่าวแก่นางมารีย์มารดาพระกุมารนั้นว่า "นี่แน่ะ พระกุมารนี้ได้รับการเลือกสรรเพื่อเป็นเหตุให้หลายคนในพวกอิสราเอลล้มลงหรือ ลุกขึ้น และจะเป็นหมายสำคัญที่คนจะปฏิเสธ 35เพื่อที่ว่าความคิดในใจของคนจำนวนมากจะปรากฏแจ้ง ถึงหัวใจของท่านเองก็จะถูกดาบแทงทะลุด้วย" 36มีผู้เผยพระวจนะหญิงคนหนึ่งชื่ออันนา เป็นบุตรีของฟานูเอลในเผ่าอาเชอร์ นางชรามากแล้ว นางอยู่กับสามีได้เพียงเจ็ดปีหลังจากแต่งงาน 37แล้วก็เป็นม่ายมาจนถึงอายุแปดสิบสี่ปี นางไม่เคยออกไปจากบริเวณพระวิหารเลย แต่อยู่นมัสการถืออดอาหารและอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืน 38ในขณะนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามาขอบพระคุณพระเจ้าและกล่าวถึงพระกุมารให้คนทั้งหลายที่คอยการทรงไถ่กรุงเยรูซาเล็มฟัง 39เมื่อโยเซฟกับนางมารีย์ทำสิ่งต่างๆ ตามธรรมบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้าเสร็จแล้ว จึงกลับไปยังนาซาเร็ธเมืองของตนในแคว้นกาลิลี 40พระกุมารนั้นก็เจริญวัยแข็งแรงขึ้น เต็มเปี่ยมด้วยสติปัญญา และพระคุณของพระเจ้าอยู่กับท่าน