Print

หนังสือ ซูเปอร์อัครสาวกของพระเจ้า (God's Super-Apostles)

บทความนี้ถูกแปลจาก "God's Super-Apostles" โดย Tim Challies
บทความนี้ถูกแปลและโปสต์โดยรับอนุญาตจากผู้เชียน

จริง ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะอ่านหนังสือเล่มนี้ มันมาอยู่ที่หน้าบ้านผมเอง และจากการแค่มองผ่านตาไปเพียงแวบเดียว กลายเป็นได้ต้องอ่านหนังสือหมดไปทั้งเล่ม เช่นเดียวกับนักอ่านหนังสือทั่วไปที่มองหาการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่น่าสนใจ ผมก็ได้มีประสบการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกัน

มีการเคลื่อนไหวทางคริสตจักรใหม่ที่กำลังมีบทบาท และได้ดึงดูดคริสเตียนเข้าเชื่อมากขึ้นทุกวัน เช่นเดียวกับคำสอนอีกมากมายก่อนหน้านี้ มันได้เริ่มต้นขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแพร่กระจายไปทั่วโลก ผมได้เห็นความจริงของมันหลายอย่างที่นี่ในแคนาดา มันเรียกว่าลัทธิการปฏิรูปอัครสาวกใหม่ (New Apostolic Reformation หรือ NAR) ซึ่งเป็นเรื่องซูเปอร์อัครสาวกของพระเจ้า ที่ได้รับการกล่าวขานมามากพอสมควร

นาร์ (NAR) เป็นการเคลื่อนไหวที่สอนเรื่องการกลับคืนมาของbuy from amazon.2. V192207737 อัครสาวกและผู้พยากรณ์ในคริสตจักร คริสเตียนเชื่อว่า “พระเจ้าต้องการให้อัครสาวกและผู้พยากรณ์เป็นผู้ปกครองคริสตจักร ไม่เพียงแค่ในคริสตจักรยุคต้นเท่านั้น แต่คริสตจักรในทุกยุกทุกสมัย แต่คริสตจักรไม่ได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องมาโดยตลอด” แต่กลับให้ศิษยาภิบาลและผู้ปกครองกระทำแทน ที่ต้องตั้งชื่อว่า การปฏิรูปอัครสาวกใหม่หรือนาร์ ก็เพราะเป็นการคืนอำนาจอัครสาวกและผู้พยากรณ์ให้คริสตจักร และเป็นการปฏิรูปเพราะว่า มันเหมือนการปฏิรูปโปรเตสแตนต์ก่อนหน้า ที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงคริสตจักร

Print

หลักข้อเชื่อไฮเดลเบิร์ก (The Heidelberg Catechism in Thai)

มรดกความเชื่อสมัยคริสตจักรปฏิรูป หลักข้อเชื่อไฮเดลเบิร์ก (The Heidelberg Catechism) แปลโดย สันติ พัฒนจิตชน

ดาวน์โหลดได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้ครับ

Heidelberg Catechism in Thai by Karl Dahlfred

 

Print

ซานตาคลอสตัวจริงคือใคร? (Who Is The Real Santa Claus?)

เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส คนจำนวนมากคงจะคิดถึง “ซานตาคลอส” ชายอ้วนอารมณ์ดี มีหนวดขาว ใส่ชุดสีแดง ขับเลื่อนเทียม กวางเรนเดียร์ 8 ตัว เหาะเหินลงมาจากท้องฟ้าในคืนวันคริสต์มาสเพื่อมาแจกของขวัญ เรื่องของซานตาคลอสนั้นเป็นตำนานของฝรั่งจากซีกโลกตะวันตก แต่บางคนอาจไม่รู้ว่าตำนานเรื่องนี้มีที่มาจากชีวิตจริง และนาม “ซานตาคลอส” นั้นมีที่มาจากชื่อนักบุญ “เซนต์นิโคลาส”

Santa Claus & Saint Nicolas

 

Print

ทำไมคริสต์มาสถูกฉลองเป็นวันที่ 25 ธันวาคม?

นักประวัติศาสตร์รู้ว่าพระเยซูคริสตน่าจะเกิดในประมาญปี ค.ศ. 0 หรือก่อนปีนั้นหนิดหนึ่ง  แต่ไม่มีใครรู้ว่าพระเยซูคริสตทรงบังเกิดวันไหนแน่ แม้ว่าคริสเตียนและคริสตังฉลองวันเกิดของพระเยซูเป็นวันที่ 25 ธันวาคมก็ตาม วันที่ 25 นั้นคงไม่ไช่วันเกิดจริงของพระเยซู  

ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมคริสต์มาสถูกฉลองเป็นวันที่ 25 ธันวาคม?  คริสตจักรยุคแรกไม่มีวันพิเศษสำหรับการฉลองการประสูติของพระเยซู แต่วันเทศกาลคริสต์มาสได้เริ่มมีการฉลองในศตวรรษ์ที่ 4 ของคริสต์ศักราช  เทศกาลคริสตสมภพ (คริสต์มาส) มีบันทึกเรื่องพิธีนี้เป็นครั้งแรกในปี คศ.336  และถือเอาวันที่ 25 ธ.ค.เป็นวันฉลองทั้งนี้คงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันที่พวกลัทธิต่างชาตินับถือเป็นวันเกิดของพระสุริยายุทธเทพ  ผู้เป็นพระเจ้าของเขา  บางทีพวกคริสตชนอาจจะถือโอกาสคัดค้านพวกลัทธิต่างชาติ  โดยเลือกเอาวันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองพระคริสต์  ผู้ทรงเปรียบเหมือนสุริยเทพแห่งความชอบธรรมก็ได้ ตั้งแต่สมัยนั้นชาวคริสต์ทั่วโลกได้ถือวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันเทศกาลคริสต์มาสเพื่อฉลองการประสูติของพระเยซูคริสตเจ้า

Print

ทำไมในยุคแรกของคริสตจักรจึงไม่มีเรื่องพระกิตติคุณแห่งความรุ่งเรือง

แปลจาก "why the prosperity gospel did not exist in the early church" โดย adam4d คาร์ตูนนี้ถูกแปลและโปสต์โดยรับอนุญาตจากผู้เชียน

Print

พระเยซูมีครอบครัวจริงหรือ

โดย ศาสนาจารย์ ดร. เสรี หล่อกัณภัย และ ศาสนาจารย์ ดร.​ นที ตันจันทร์พงศ์

เนื้อหาของบทความเรื่อง “หลักฐานใหม่ยัน พระเยซูมีครอบครัว” ในหนังสือพิมพ์ที่ชื่อ M2F ฉบับวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 หน้า 2 นั้นที่จริงเป็นเรื่องเก่าที่นำมาเสนอใหม่  เพื่อเป็นการโปรโมทหนังสือและภาพยนต์ที่กำลังถูกสร้างขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องราวเหล่านี้เข้าใจมุมมองของคริสตชน เราจึงขอใช้โอกาสนี้อธิบายความไม่น่าเชื่อถือหลายประการในบทความนี้

บทความจากหนังสือพิมพ์ M2F (คลิกเพื่อขยาย) 

บทความ“หลักฐานใหม่ยัน พระเยซูมีครอบครัว” ได้อ้างชื่อ แบร์รี่ วิลสัน (Barry Wilson) นักวิชาการด้านศาสนศึกษาในโตรอนโตและชิมชา ยาคอโบวิชี (Simcha Jacobovici)ว่า ได้เผยผลการศึกษาเชิงลึกจากเอกสารเก่าแก่ชิ้นหนึ่งในหอสมุดแห่งชาติของอังกฤษนานกว่า 6 ปี ที่กล่าวถึงบุตรชาย 2 คนของพระเยซูและการแต่งงานของพระองค์กับแมรี่ แมกดาลีน หรือ “มาเรีย์ชาวมักดาลา” เอกสารที่แบร์รี่ วิลสันและชิมชา ยาคอโบวิชี พูดถึงนี้ มีชื่อว่า “the Ecclesiastical History of Zacharias Rhetor” ซึ่งถูกเขียนขึ้นในภาษาซีรีแอกประมานปี ค.ศ. 570 แต่ทั้งสองท่านอ้างว่าเป็นฉบับสำเนาของตำนานที่ถูกเขียนขึ้นในศตวรรษที่ 1 และถือเป็นพระกิตติคุณเรื่องราวของพระเยซูฉบับที่ 5 ที่หายไป (Lost Gospel)