เสาหลักห้าประการของโปรเตสแตนต์คืออะไร? (What are the Five Solas of Protestantism?)

เมื่อปี 2017 เป็นปีพิเษศสำหรับคริสเตียนทั่วโลกเนื่องจากเป็นปีครบรอบ 500 ปีของการปฏิรูปศาสนาโปรเตสแตนต์ เมื่อปีค.ศ. 1517 บาทหลวงคนหนึ่งชื่อ มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) ได้นำข้อเสนอ คำประท้วง 95 ข้อ (95 Theses) ไปปิดไว้ที่ประตูวิหารของเมืองวิทเทนเบิร์ก (Wittenburg) ประเทศเยอรมัน ท่านได้สังเกตปัญหาและคำสอนผิดบางอย่างในคริสตจักร จึงปราถนายกเรื่องเหล่านี้มาอภิปรายเพื่อรับการแก้ไข การนำคำประท้วง 95 ข้อ ปิดไว้ในครั้งนี้ถูกนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปศาสนาโปรเตสแตนต์ ซึ่งส่งผลให้คริสต์ศาสนจักรตะวันตกแตกเป็นสองนิกายใหญ่ๆ คือ นิกายโปรเตสแตนต์ และนิกายคาทอลิก ต่อมาพวกโปรเตสแตนต์ได้แบ่งออกเป็นสายต่างๆ ซึ่งเชื่อและปฏิบัติไม่เหมือนกันในบางข้อ จนมีคนบอกว่าพวกโปรเตสแตนต์ไม่มีแก่นแท้ทางความเชื่อเลย คำกล่าวหานี้เป็นความจริงหรือไม่? มีอะไรที่เป็นแก่นแท้ทางความเชื่อของพวกโปรเตสแตนต์? มีความเชื่อและข้อปฏิบัติอะไรบ้างหรือไม่ที่ชาวโปรเตสแตนต์จากกลุ่มต่างๆ ยึดถือและทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกัน? หลายปีมาแล้วมีผู้นำคริสตจักรและนักศาสนศาสตร์หลายคนได้ยกเรื่อง “เสาหลักห้าประการ” (Five Solas) เป็นเครื่องมืออธิบายว่าแก่นแท้ทางความเชื่อของโปรเตสแตนต์คืออะไร
บทสนทนาว่าด้วยเรื่องชีวิตและศาสนศาสตร์ กับคอสติ ฮินน์ (Costi Hinn)

คุณรู้จัก IYF แค่ไหน?
ข้อมูลในเอกสารที่ลิงค์ข้างล่างนี้เกี่ยวกับกลุ่ม IYF ที่เสนอกิจกรรมของกลุ่มให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัย แหล่งที่มาของข้อมูลคือ http://www.truth-that-matters.com/iyf.htm (ลิงค์เสีย แต่ยังอ่านได้จาก PDF นี่)

แหล่งภาพโลโก IYF คลิกที่นี้
แหล่งภาพอ๊อกซูพาร์คคลิกที่นี้
ความเชื่อในผีสางวิญญาณและการอธิษฐานรับเชื่อ (Animism and the Sinner's Prayer)
ทุก ๆ ปี ผู้เชื่อคริสเตียนและมิชชันนารีในเมืองไทยได้นำคนอธิษฐานรับเชื่อเพื่อที่จะช่วยพวกเขาให้มาเป็นคริสเตียน แต่ผู้เชื่อใหม่เหล่านี้บางคนไม่เคยมาคริสตจักรเลย หรือบางคนมาคริสตจักรในช่วงแรก ๆ จากนั้นก็หายไป ก่อนรับบัพติศมา มีหลายคนบัพติศไป และไม่กลับมาเลย อะไรเป็นสาเหตุของสิ่งเหล่านี้?
เมื่อ 200 ปีที่แล้ว วิธีการเรียกคนออกมาหน้าที่ประชุมเพื่อประกาศความเชื่อใหม่ในพระคริสต์ถูกคิดค้นขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา นับแต่นั้นมา คนจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลกได้อธิษฐานรับเชื่อพระเยซูคริสต์ แต่กลับไม่สำแดงผลแห่งพระวิญญาณในการดำเนินชีวิต เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น? แน่นอนว่ามีหลากหลายสาเหตุ แต่ในประเทศนั้นสาเหตุสำคัญประการหนี่งก็คือ ภูมิหลังของคนที่อธิษฐานรับเชื่อ พวกเขามีโลกทัศน์ที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อในผีสางวิญญาณ (Animism) และจึงแปลความหมายของการรับเชื่อโดยใช้โลกทัศน์ดังกล่าวนั้น
ในขณะที่การอธิษฐานรับเชื่อถูกคิดค้นขึ้นเพื่อช่วยนำคนมาเป็นคริสเตียน แต่ในประเทศไทย (เช่นเดียวกับหลาย ๆ ประเทศ) การอธิษฐานรับเชื่อกลับมีผลในทางตรงข้ามที่ไปยืนยันโลกทัศน์ที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อในผีสางวิญญาณ กล่าวถึงที่สุด ความเชื่อในผีสางวิญญาณคือการใช้พิธีกรรมและพิธีทางศาสนาเป็นฉากหน้าในการโน้มน้าวควบคุมให้โลกฝ่ายวิญญาณทำตามสิ่งที่ผู้เชื่อในผีสางวิญญาณประสงค์ให้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือการรับพรอันประเสริฐ พุทธศาสนาแบบไทย ๆ มีส่วนผสมของพุทธศาสนาแท้ ๆ และความเชื่อในผีสางวิญญาณ ทั้งในเรื่องดวงวิญญาณ โชคลาง พระธาตุ/อัฐิ วัตถุมงคล การดูดวง โหราศาสตร์ เวทมนตร์คาถา เป็นต้น การผสมผสานกันระหว่างความเชื่อในผีสางวิญญาณและพุทธศาสนาดังกล่าวนี้เป็นส่วนสำคัญของโลกทัศน์และระบบความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่ และความเข้าใจเกี่ยวกับโลกฝ่ายวิญญาณในแบบนี้เองที่คนไทยนำติดตัวมาด้วยเมื่อพวกเขาเข้าร่วมการชุมนุมคริสเตียนหรือได้ยินการประกาศข่าวประเสริฐ
เหตุที่มิชชันนารีไม่อาจกลับบ้านได้อีก (Why Missionaries Can Never Go Home Again)
เขียนโดย Karl Dahlfred
แปล & เรียบเรียงโดย วัลลภาอรุโรทยานนท์

เมื่อมิชชันนารีใหม่ออกจากบ้านเดินทางไปทำพันธกิจของพระเจ้าครั้งแรกในต่างแดนคุณก็ยังรู้ชัดเจนว่าบ้านของตนนั้นอยู่ที่ไหนนั่นก็คือบ้านที่คุณเพิ่งจากมา เป็นบ้านที่คุณได้เติบโตขึ้นเป็นที่ ที่คุณได้รับการศึกษาและได้สร้างสัมพันธภาพแน่นแฟ้นกับพี่น้องในคริสตจักร
หากแต่เมื่อคุณไปอยู่ต่างแดนนานพอควรแล้วความรู้สึกแปลกแยกก็เกิดขึ้น
คุณจะเริ่มรู้สึกว่าบ้านของคุณนั้นไม่เหมือน “บ้าน” ที่เคยรู้จักอีกต่อไป เมื่อ “กลับบ้าน” แล้ว แม้จะพบผู้คนและได้เห็นสถานที่ที่คุ้นเคยมาก่อน แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไประหว่างที่คุณไม่อยู่ ดังนั้นในช่วง “พักงานกลับบ้าน” คุณจึงไม่สามารถประติดประต่อช่วงเวลาให้เข้าสนิทกับช่วงเดิมที่คุณจากไปได้ เพราะเวลานี้ คุณได้กลายเป็นคนนอกเป็นเพียงแขกผู้มาเยือนเท่านั้น และคุณก็ไม่มีบทบาทหน้าที่อะไรชัดเจนด้วยบรรดาเพื่อนสนิททั้งหลายของคุณต่างก็ได้ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ๆพี่น้องมากกว่าครึ่งในคริสตจักรรู้จักคุณเพียงผ่านทางระบบการสื่อสารที่รับรู้ได้ว่าคุณต้องการให้อธิษฐานเผื่อเรื่องอะไรบ้างเท่านั้น ขณะที่คนอื่นๆคุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ๆแต่คุณต้องคลำหาทางทำความเข้าใจคนอื่นพูดคุยกันสนุกสนานด้วยศัพท์แสลงแต่คุณกลับรู้สึกแปลกหูและไม่แน่ใจในความหมาย แล้วคุณอาจสงสัยว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมกำลังวิ่งไปทางไหนกัน? ผู้คนที่บ้านเคยชินกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจนกลายเป็นเรื่องปกติแต่คุณกลับมึนงงสับสน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าคุณได้เดินสวนทางกับสิ่งเหล่านี้ไป ตั้งแต่การออกเดินทางครั้งแรกแล้ว
วีดีโอ ศจ. ดร. นที ตันจันทร์พงศ์ สอน คำสอนเพื่อชีวิต
ข้างล่างนี้พบกับ วีดีโอ ศจ. ดร. นที ตันจันทร์พงศ์ สอน คำสอนเพื่อชีวิต
ดูวีดีโอคำสอนเพื่อขีวิตทั้งหมด ช่วยคลิกที่ YouTube ของคริสตจักร Grace City Bangkok
"คำสอนเพื่อชีวิต" เป็นการสอนหลักความเชื่อคริสเตียนโดยวิธีถามตอบ ซึ่งสามารถเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสอนและอธิบายความเชื่อที่ถูกต้องอย่าง กระชับและชัดเจน และเป็นช่องทางในการนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
คำสอนเพื่อชีวิตตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระวจนะ โดยมีการอ้างอิงพระคัมภีร์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ คำสอนเพื่อชีวิตยังเป็นกรอบและตัวอย่างที่ช่วยให้ผู้อ่านตีความพระคัมภีร์ อย่างถูกต้องมากขึ้น สุดท้าย คำสอนเพื่อชีวิตอธิบายพระกิตติคุณ ต่อต้านคำสอนผิดเพี้ยน และปลูกฝังชีวิตของเราตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์
ราคาเล่มละ 50 บาท
สนใจสอบถามรายละเอียดหรือ สามารถสั่งซื้อได้ที่
Line id : kanokbannasan
Emai :
หรือทางหมายเลข 0 2417 2511-3 และ 086 881 6166
