Print

ผู้ชายคริสเตียนและคลิปโป๊ (Christian Men and Pornography)

Written by Karl Dahlfred on .

บทความเขียนโดย ศจ. คาร์ล ดาห์ลแฝรด

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในสังคมของเรามีการแพร่หลายของหนังสือ นิยาย ภาพถ่าย ภาพยนต์ และศิลปะลามกอนาจาร แต่ในยุคที่อินเตอร์เน็ตยังไม่ครอบคลุม คนที่อยากดูสิ่งเหล่านี้ ต้องตั้งใจที่จะดูจริงๆ และต้องกล้าพอที่จะเดินไปหาซื้อที่ร้าน

แต่ปัจจุบันนี้ เราไม่จำเป็นต้องเดินไปที่ร้าน และไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นๆ จะเห็นอีกต่อไป เพราะสิ่งที่เราอยากดูทั้งหมดมีอยู่ในอินเตอร์เน็ต และส่วนใหญ่มักจะเป็นเวบไซต์ที่ให้บริการฟรี เราสามารถดูในโน็ตบุ๊กส่วนตัวของเราก็ได้ ดูในโทรศัพท์มือถือหรือแท๊บแล็ตก็ได้ ไม่มีใครรู้ว่าเราดูอะไรบนจอ เพราะเหตุนี้จำนวนคนที่ดูสื่อลามกจึงได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับคนในรุ่นก่อนๆ

เมื่อผมได้ศึกษาข้อมูลในปี 2014 ผมพบสถิติมากมายที่แสดงให้เห็นว่าสื่อลามกออนไลน์เป็นปัญหาของหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ ตัวอย่างด้านล่างนี้ เป็นสถิติของวัยรุ่นชาวอเมริกันที่ดูสื่อลามกผ่านอินเตอร์เน็ต

  • 35% ของวัยรุ่นชายยอมรับว่าเขาเคยดูคลิปโป๊ในอินเตอร์เน็ตบ่อยจนนับไม่ถ้วน

  • 15% ของผู้ชายและ 9% ของผู้หญิงเคยดูสื่อลามกที่แสดงโดยเด็ก (child pornography)

  • 32% ของผู้ชายและ 18% ของผู้หญิงเคยดูคลิปคนที่มีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ (bestiality)

  • 39% ของผู้ชายและ 23% ของผู้หญิงเคยดูคลิปคนที่มีเพศสัมพันธ์กันโดยแสดงบทบาทสมมุติเป็นนายกับทาส (bondage)

  • 83% ของผู้ชายและ 57% ของผู้หญิงเคยดูคลิปการมีเซ็กซ์หมู่ (group sex). (แหล่งที่มาของสถิติสถิติ)

สถิติเหล่านี้อาจทำให้บางคนตกใจ แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนบอกว่า นี่เป็นเรื่องปกติที่เกิดในสังคมปัจจุบัน และมันก็จะเริ่มเป็นเรื่องธรรมดามากยิ่งขึ้น สถิติเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยังมีคริสเตียนจำนวนมากที่เคยดูสื่อลามกออนไลน์ หรืออาจจะยังดูอยู่

เมื่อไม่นานมานี้ ผมคุยกับผู้รับใช้ท่านหนึ่งผ่านเฟสบุ๊ค และโดยบังเอิญผมสังเกตเห็นว่า ในรายการเพจที่เขากดไลค์ (like) มีเพจหนังโป๊และเพจที่มีผู้หญิงโชว์หน้าอกอยู่ด้วย ผมหนุนใจเขาให้กลับใจและหยุดดูสื่อแบบนี้ เพราะมันเป็นความบาปและไม่ได้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า แต่ผู้รับใช้คนนี้ไม่ยอมรับว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่เป็นเรื่องใหญ่ และหาว่าผมไปตัดสินเขา สุดท้ายเขาได้ยกเลิกการเป็นเพื่อนกับผมในเฟสบุ๊ค (unfriend)

สื่อลามกเป็นปัญหาใหญ่จริงหรือ

ความคิดของผู้รับใช้ที่ unfriend กับผมนั้นถูกต้องหรือเปล่า? ผู้ชายคริสเตียนหลายคนอาจจะมีความคิดคล้ายๆ กับเขาว่า ผมก็แค่ดูเฉยๆ ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย ตอนที่ผมดูก็ไม่มีใครรู้ และผมก็ไม่ได้ไปมีเซ็กซ์กับคนอื่นสักหน่อย และการที่ผู้ชายชอบดูผู้หญิงสวย (หรือบางคนอาจชอบดูผู้ชายก็ตาม) มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่เหรอ การที่ผมทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องอย่างไร?

คนทั่วไปอาจเห็นว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่สำหรับคริสเตียนแล้ว เรามีพระคัมภีร์เป็นมาตรฐานในการดำเนินชีวิต ซึ่งสอนให้เราคิด และให้เราใช้ชีวิตแตกต่างจากค่านิยมของโลกนี้ หากเราซาบซึ้งในพระคุณของพระเจ้า รวมถึงอยากจะเชื่อฟัง รับใช้ และถวายเกียรติแด่พระองค์จริงๆ เราจำเป็นต้องให้ความสนใจว่าพระคัมภีร์สอนอะไรบ้างในเรื่องของการดูสื่อลามก

ผมเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องคริสเตียน (โดยเฉพาะผู้ชาย) ในการทำความเข้าใจปัญหาของการดูสื่อเหล่านี้ หรือแม้แต่พี่น้องผู้หญิงที่อ่านบทความนี้ก็จะสามารถเข้าใจปัญหาของผู้ชายที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นสามี ลูกชาย คุณลุง คุณพ่อ หรือพี่น้องผู้ชายที่คริสตจักรของเรา

พระคัมภีร์สอนอย่างไรในเรื่องนี้? การดูสื่อลามกมีผลกระทบอย่างไร? ผู้ที่ติดสื่อพวกนี้จะเลิกอย่างไร? ให้เราดูคำตอบในเรื่องหล่านี้ด้วยกัน

1. พระคัมภีร์สอนอย่างไรในเรื่องการดูสื่อลามก

ในพระธรรม 1 เปโตร 1:16 มีคำตรัสของพระเจ้าจากพระคัมภีร์เดิมซ้ำๆ ว่า จงบริสุทธิ์เพราะเราบริสุทธิ์นี่ไม่ใช่เพียงแค่ข้อเสนอ แต่เป็นคำสั่งของพระเจ้า ดังนั้น คริสเตียนต้องพยายามที่จะรักษาชีวิตของตัวเองให้บริสุทธิ์ ส่วนความบริสุทธิ์ทางเพศนั้น พระบัญญัตข้อที่ 7 บอกว่า อย่าล่วงประเวณี (อพยพ 20:14) พี่น้องที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใครนอกจากคู่สมรส อาจจะเข้าใจว่าตัวเองไม่มีทางที่จะละเมิดพระบัญญัติข้อนี้ แต่ในพระคัมภีร์ใหม่ พระเยซูขยายความว่า

"ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า ' อย่าล่วงประเวณี ' แต่เราบอกท่านว่าผู้ใดมองดูผู้หญิงด้วยใจกำหนัดก็ได้ล่วงประเวณีกับนางในใจของเขาแล้ว หากตาข้างขวาของท่านเป็นเหตุให้ทำบาป จงควักทิ้งเสีย ถึงจะเสียอวัยวะส่วนหนึ่งไปก็ยังดีกว่าทั้งตัวต้องตกนรก และถ้ามือขวาของท่านเป็นเหตุให้ทำบาปก็จงตัดทิ้งเสีย ถึงจะเสียอวัยวะส่วนหนึ่งไปก็ยังดีกว่าทั้งตัวต้องตกนรก (พระธรรมมัทธิว 5:27-30)

ในตอนนี้พระเยซูสอนอย่างชัดเจนว่า แม้เราไม่ได้หลับนอนกับใครเราก็สามารถละเมิดพระบัญญัตข้อนี้ได้ พระเยซูตรัสว่าการผู้ใด มองดูผู้หญิงด้วยใจกำหนัดก็ได้ล่วงประเวณีกับนางในใจแล้ว และซึ่งเห็นได้ชัดว่าใครก็ตามที่ชมภาพหรือวีดีโอผู้หญิงด้วยใจกำหนัด คนนั้นก็ได้ล่วงประเวณีกับนาง(สาว)ในใจไปแล้ว โดยปริยาย ไม่ว่าท่านจะดูสื่อลามกเป็นภาพเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน หลักการนี้ก็ประยุกต์ใช้ได้เหมือนกัน

ผู้ชายบางคนอาจจะบอกว่า แต่ผมมองดูผู้หญิงโป๊โดยไม่เกิดใจกำหนัดได้ คนที่พูดแบบนี้เป็นที่กำลังหลอกตัวเอง เพราะความจริงอย่างหนึ่งที่เราทุกคนต่างก็ปฏิเสธไม่ได้คือ ผู้ผลิตสื่อต่างๆ เหล่านี้สร้างมันขึ้นมาเพื่อกระตุ้นความอยากในใจของผู้ชาย และผลที่ตามมาคือใจกำหนัด คือมีความต้องการทางเพศ และอยากจะร่วมเพศกับคนในภาพ เราอาจจะพูดกับตัวเอง ผมดูเฉยๆ เพราะมันสวย และไม่น่าจะผิดอะไรแต่เราต้องจำไว้ว่าสื่อเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากไฟ และผู้ที่เล่นกับไฟก็จะโดนไหม้ไม่เร็วก็ช้า คนที่เล่นกับไฟอาจมองว่ามันสนุก และน่าตื่นเต้น แต่ยิ่งเล่นก็ยิ่งมีโอกาสที่เราจะพลาด และไฟนั้นก็จะลุกไหม้และลามไปทั่ว แม้เราพยายามจะดับมันอย่างไรก็สายเกินไปแล้ว เช่นเดียวกันคนมองดูภาพโป๊อาจจะเริ่มจากความคิดว่า แค่ดูเล่นๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันจะยิ่งทำให้เราอยากดูเพิ่มมากขึ้น บางคนอาจเริ่มต้นด้วยการดูภาพหรือคลิปลามกธรรมดา แต่นานเข้าก็จะอยากดูภาพและคลิปที่มีเนื้อหาที่รุนแรงมากขึ้น ยิ่งดูบ่อยๆ ภาพเหล่านั้นก็จะวนเวียนอยู่ในความคิดตลอด และทำให้เราเริ่มมองคนรอบข้างด้วยใจกำหนัด เราอาจสงสัยว่า “คนในภาพชอบโชว์ให้ผมดู แต่ทำไมคนรอบข้างไม่เห็นทำแบบนั้นบ้าง?” ความคิดในแนวนี้และภาพต่างๆ ที่เราเคยดูจะลุกลามไปทั่วจิตใจของเราอย่างที่ควบคุมไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนรอบข้าง

อีกนัยหนึ่ง เนื่องจากการชมสื่อลามกไม่ต่างจากการล่วงประเวณี ดังนั้นการทำแบบนี้ก็จะทำให้เตียงสมรสไม่บริสุทธิ์อย่างที่พระเจ้าต้องการ มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า

จงให้การแต่งงานเป็นที่นับถือสำหรับคนทั้งปวงและรักษาเตียงสมรสให้บริสุทธิ์ เพราะพระเจ้าจะทรงพิพากษาโทษคนล่วงประเวณีและคนทั้งปวงที่ผิดศีลธรรมทางเพศ (ฮีบรู 13:4)

ภาพที่เราเคยชมจะยังวนเวียนอยู่ความคิด และอาจจะโผล่ขึ้นมาในยามที่เราไม่ต้องการที่จะคิดถึงมัน ถ้าภาพลามกอยู่ในความคิดของเราขณะที่อยู่กับภรรยา มันก็ไม่ต่างจากการที่เราชวนคนอื่นเข้ามาร่วมในเตียงสมรสของเราด้วย และถ้าหากว่ามีภาพมากมายที่เคยดูวนเวียนอยู่ในความคิดของเรา ก็เหมือนกับการชวนผู้หญิงทั้งหมู่บ้านมาร่วมในเตียงสมรสร่วมกับภรรยาของเรา

นอกจากพระบัญญัตที่ 7 แล้วก็ยังมีพระบัญญัติอีกข้อหนึ่งที่เราละเมิดในขณะที่เราชมสื่อลามกด้วยเช่นนั่นก็คือพระบัญญัติข้อ 8 ที่บอกว่า อย่าลักขโมย” (Exodus 20:15) ความหมายของการลักขโมยคือ การเอาสิ่งที่เราไม่มีสิทธิจะเอาไปไปเป็นของเรา เมื่อเราเกิดใจกำหนัดกับผู้หญิงซึ่งพระเจ้าไม่ได้ให้เธอคนนั้นเป็นภรรยาของเรา ก็เท่ากับว่าเรากำลังเอาของของคนอื่นมาเป็นของเรา ดังนั้นการชมสื่อลามกทำให้เราเป็นทั้งผู้ล่วงประเวณีและหัวขโมยในเวลาเดียวกัน

2. การชมสื่อลามกมีผลกระทบอย่างไร

หลายคนคิดว่าการชมสื่อลามกไม่น่าจะมีผลอะไรกับชีวิตของเรา เราแค่แอบดูในที่ลับและไม่ได้บอกให้ใครรู้ และก็ไม่มีใครมองเห็น แต่จริงๆ แล้วการดูสิ่งเหล่านี้มีผลกระทบมากมายทั้งต่อตัวเราและคนที่เรารัก

  • การดูสื่อลากมกทำให้ความคิดจิตใจเสื่อมทรามและหันความสนใจของเราจากพระเจ้า และจากสิ่งที่น่ายกย่อง (ฟิลิปปี 4:8) การชมกระตุ้นให้เราเอาใจตัวเองและความสุขส่วนตัวเท่านั้น

  • การดูสื่อลามกมีผลต่อสมองของเราในลักษณะที่คล้ายๆ กับยาเสพติด ทำให้เราอยากดูมากยิ่งขึ้น และยิ่งชม ก็ยิ่งอยากดูสื่อที่มีเนื้อหาที่รุนแรงกว่าเดิมเรื่อยๆ

  • การดูสื่อลามกทำให้ผู้ชายมองผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นสำหรับการสนองความต้องการทางเพศของตัวเองเท่านั้น

  • การดูสื่อลามกทำให้คนโสดไม่พึงพอใจกับสถานะของตัวเอง กระตุ้นให้ผู้ชายมีความคิดว่า ทำไมพระเจ้าไม่ให้ภรรยากับผมสักที

  • การดูสื่อลามกทำให้ผู้ชายจำภาพที่เคยเห็นและเอาไปเปรียบเทียบกับภรรยาตัวเองหรือผู้หญิงคนอื่นๆ  และดูถูกพวกเขา เพราะพวกเธอไม่ได้ดูดีเหมือนกับผู้หญิงที่ถูกแต่งให้สวยอย่างที่ผู้ชายเห็นในอินเตอร์เน็ต

  • การทำให้สามีไม่พึงพอใจกับภรรยาของตัวเอง กระตุ้นให้สามีมีความคิดว่า ทำไมภรรยาผมไม่มีร่างกายเหมือนคนในภาพ? ทำไมภรรยาไม่อยากมีเซ็กซ์บ่อยๆเหมือนผู้หญิงในคลิป? ทำไมภรรยาไม่อยากมีเซ็กซ์ในแบบที่เห็นในคลิป?

  • ถ้าหากว่าภรรยาพบว่าสามีชมสื่อลามกอยู่ ก็มีกระทบต่อชีวิตอย่างแน่นอน สื่อลามกทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยา เธอก็เสียใจเพราะสามีสนใจผู้หญิงคนอื่นมากกว่าเธอ และเข้าใจว่าสามีไม่พอใจในตัวเธอ สิ่งนี้อาจจะเปิดทางให้ภรรยาให้ความสนใจกับผู้ชายคนอื่นที่สนใจเธอมากกว่าสามี

  • เมื่อภรรยาพบสามีชมสื่อลามก เธอมักจะเข้าใจว่า สามีต้องการให้เธอมีร่างกายเหมือนผู้หญิงในคลิป มิฉะนั้นสามีไปดูผู้หญิงคนอื่นทำไม? แล้วภรรยาอาจเกิดความเข้าใจว่าหากเธอทำตัวให้เหมือนผู้หญิงในคลิปไม่ได้ สามีก็จะไม่รักเธอ ในความเป็นจริงแล้ว มีผู้หญิงหลายคนที่ไม่ได้สวยเหมือนคนในคลิป และผู้หญิงหลายคนก็ไม่ได้อยากใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น และเต้นยั่วยวนแบบที่คลิปวีดิโอนำเสนอ การที่สามีชมสื่อลามกอาจทำให้ภรรยาสงสัยความรักของสามี ภรรยาเข้าใจว่าสามีรักคนในภาพมากกว่าภรรยาของตัวเอง แม้ว่าสามีอาจยังไม่มีผู้หญิงคนอื่นจริงๆ การที่เขาดูสื่อลามกก็สื่อให้ภรรยาว่าเขาไม่พึงพอใจในตัวของภรรยาและเขาอยากได้ผู้หญิงคนอื่น นี่แหละเป็นการนอกใจประเภทหนึ่ง ภรรยาคงเคลือบแคลงใจเพราะผู้ชายที่มีใจชู้เมื่อนั่งหน้าจอคอม ก็อาจนอกใจภรรยาเมื่อมีโอกาสก็ได้ ถ้าผู้หญิงคนอื่นๆ รู้ว่าคุณชมสื่อลามกแบบนี้ พวกเธออาจสงสัยว่าคุณมองดูเธอเองอย่างไร มองดูเธอเป็นของเล่นเหมือนคนในภาพหรือเปล่า?

  • ถ้าหากว่าลูกๆ รับรู้ว่าพ่อชมสื่อลามกก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจะไม่ให้เกียรติคุณอีกต่อไป เมื่อคุณพ่อสอนลูกเรื่องพระเจ้า และสอนพวกเขาเรื่องศีลธรรมและจริยธรรม ลูกๆ คงไม่ฟังเพราะรู้ว่าแม้แต่คุณพ่อก็ยังไม่ยอมทำตามคำสอนของตัวเอง

  • หากคริสตจักรที่คุณรับใช้อยู่รับรู้ว่าคุณดูสื่อลามก คุณอาจจะต้องออกจากงานรับใช้ก็ได้ อย่างน้อยพี่น้องในคริสตจักรคงไม่อยากฟังคำเทศนาของคุณแล้ว เพราะคุณเป็นคนน่าสื่อใจคด ความบริสุทธิ์ของคริสตจักรจะลดลงเพราะพี่น้องที่รับรู้ จะปล่อยตัวทำบาปอย่างลับๆ ตามแบบอย่างของผู้รับใช้คนนั้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้พระเจ้าเสียพระเกียรติในสายตาทั้งของคนที่อยู่ในคริสตจักรและคนข้างนอกด้วย

  • ถ้าหากว่าเจ้านายรู้ว่าคุณกินเวลาของบริษัทโดยใช้คอมพิวเตอร์ของบริษัทในการดูสื่อลามก คุณอาจจะถูกปลดจากตำแหน่ง ทีนี้คุณจะอธิบายกับคนอื่นๆ อย่างไร ว่าคุณโดนไล่ออกเพราะอะไร?

3. ผู้ที่ชมติดสื่อลามกจะเลิกอย่างไร

  • จงยอมรับว่าคุณมีปัญหาที่ต้องรับการแก้ไข ถ้าคุณปล่อยมันไว้ โรคนี้จะร้ายแรงขึ้น หลายครอบครัวต้องแตกแยกก็เพราะเรื่องนี้แหละ

จงเปิดตัวให้เพื่อนช่วย

  • จงสารภาพบาปต่อเพื่อนสนิทที่คุณมั่นใจว่าเขาจะไม่เล่าเรื่องของเราให้คนอื่นฟัง และให้เพื่อนคนนี้อธิษฐานเผื่อคุณเป็นประจำ อนุญาติให้เขาที่จะถามคุณในเรื่องนี้เป็นประจำ เช่น อาทิตย์นี้คุณได้ดูมั้ย คุณทำอะไรบ้างต่อสู้กับเรื่องนี้?” เมื่อเรารู้ว่าจะมีอีกคนหนึ่งมาถามเราในเรื่องนี้ เราคงคิดดีๆ ก่อนลงมือทำ และอาจไม่กล้าชมเพราะรู้ว่าจะมีเพื่อนมาถามเราในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถ้าหากว่าเราคิดว่าไม่มีใครรู้ ไม่มีใครถามเราในเรื่องบาปนี้ เราคงกล้าทำ พลังแห่งความบาปคือการปิดซ่อน แต่เมื่อเรารู้ว่าความบาปที่เราคิดจะทำจะเป็นสิ่งที่จะต้องเปิดเผยออกมา เราก็คงไม่กล้าทำ

  • การสารภาพต่อเพื่อนอาจจะเป็นอะไรที่น่ากลัว เพราะคุณคิดว่าเพื่อนอาจจะตัดสินคุณ แต่คุณอาจพบว่าเขาก็มีปัญหาแบบเดียวกันกับเรา พี่น้องคริสเตียนชายต้องช่วยเหลือกันต่อสู้ความบาปประเภทนี้ เพราะลำพังตัวเราเองก็ทำอะไรได้ไม่มาก พระคัมภีร์สอนว่า พี่น้องทั้งหลาย หากใครถูกจับได้ว่าทำบาป ท่านที่อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณควรช่วยเขาอย่างสุภาพอ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่ แต่จงระวังตัวท่านเอง มิฉะนั้นท่านเองจะถูกล่อลวงให้ทำบาปไปด้วย จงช่วยรับภาระของกันและกัน ทำดังนี้แล้วท่านก็ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระคริสต์(พระธรรมกาลาเทีย 6:1-2)

  • จงยอมให้เพื่อนสนิทคนนั้นดูประวัติการชมเว็ปไซต์ในคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของคุณ อนุญาติให้เขาทำได้ในทุกเวลา (นอกจากเขาจะดูคอมฯ หรือมือถือของคุณด้วยตัวเอง ก็ยังมีเว็บไซต์ที่ให้บริการรวบรวมเว็บไซต์ที่ชม แล้วส่งอีเมลที่มีรายชื่อเว็บไซต์ที่น่าสงสัยให้เพื่อนที่คุณเลือก เป็นรายงานส่งอาทิตย์ละครั้ง ผมเองก็ใช้ www.covenanteyes.com และแนะนำเว็บไซต์นี้ให้คนอื่นด้วย)

คุณชมสื่อลามกที่ไหน

  • โดยปกติคุณชมสื่อลามกอย่างไร? ใช้เครื่องที่บ้านหรือที่ออฟฟิศ? หรือว่าใช้มือถือส่วนตัว? ถ้าคุณตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องนอนหรือในที่อื่นที่คนอื่นเห็นหน้าจอไม่ได้ โอกาสในการชมสื่อลามกก็จะง่ายมาก ตรงกันข้าม ถ้าคุณตั้งคอมฯไว้ในที่สาธารณะ การชมสื่อลามกแบบลับๆ จะยากขึ้น เพราะคนที่เดินผ่านไปมาจะเห็นว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ผู้ชายที่อยากป้องกันตัวเองจากการทดลองจำเป็นต้องตั้งคอมพิวเตอร์ในห้องรับแขก หรือห้องที่ทุกคนในครอบครัวใช้ประจำ หรืออาจตั้งไว้ในที่ที่เมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาจะเห็นหน้าจออย่างชัดเจน การตั้งคอมพิวเตอร์อย่างนี้มีผลบังคับให้เราไม่กล้าเปิดชมสื่อลามก เพราะมีความเสี่ยงสูงที่คนอื่นๆ จะเห็นว่าเราทำอะไร

  • ถ้าคุณดูสื่อลามกผ่านมือถือ จงลบออกแอป ที่คุณใช้ชม จงตัดสินใจว่าจะไม่ใช้ browser เลย หรือคุณอาจจะตัตสินใจที่จะใช้ browser เมื่อคนอื่นอยู่ด้วยเท่านั้น ถ้าคุณชมสื่อลามกผ่าน Facebook หรือ LINE ก็ลบแอปนี้ออกจากมือถือไปเลย บางคนอาจจะคิดว่าการลบแอปที่ใช้ประจำติตต่อกับเพื่อนๆ เป็นสิ่งที่ทำยากจังเลย   และผมยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากรักษาความบริสุทธิ์ของตนเอง รักษาความสัมพันธ์กับคนที่รัก และถวายเกียรติแด่พระเจ้า พระเยซูตรัสว่า หากตาข้างขวาของท่านเป็นเหตุให้ทำบาป จงควักทิ้งเสีย ถึงจะเสียอวัยวะส่วนหนึ่งไปก็ยังดีกว่าทั้งตัวต้องตกนรก และถ้ามือขวาของท่านเป็นเหตุให้ทำบาปก็จงตัดทิ้งเสีย ถึงจะเสียอวัยวะส่วนหนึ่งไปก็ยังดีกว่าทั้งตัวต้องตกนรก(พระธรรมมัทธิว 5:29-30)

คุณชมสื่อลามกเมื่อไร

คุณมักจะชมสื่อลามกตอนกลางคืนหรือไม่? ตอนเช้าก่อนคนอื่นๆ ตื่น? เมื่ออยู่ตามลำพัง? เมื่อโกรธแฟน? เมื่อรู้สึกท้อใจ? เมื่อเหนื่อย? เมื่อเบื่อ? เมื่อมีงานที่ไม่อยากทำเลย? เราต้องรู้จักตัวเองว่าเรามักจะแพ้การทดลองตอนไหน และเมื่อถึงตอนนั้น ให้เราหลีกเลี่ยงการเล่นคอมฯ จนกว่าความรู้สึกนั้นจะหายไป แล้วความเสี่ยงที่เราจะหลงไปดูสื่อลามกก็จะลดลงมาก

จงหันความคิดไปที่อื่น

  • เมื่อคุณพบกับการทดลอง คุณก็ต้องจัดการกับมันทันที อย่าพูดกับตัวเองว่า ผมจะไม่มีปัญหาในครั้งนี้ ผมใช้คอมฯ ต่อได้ ผมเล่นเน็ตต่อได้ และจะไม่หลงไปดูสื่อที่ไม่เหมาะถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าอยากชม เวลานั้นแหละ เป็นเวลาที่คุณควรเลิกเล่นจงทำตัวเหมือนโยเซฟที่วิ่งหนีเมื่อภรรยาของโปทิฟาร์ชักชวนให้นอนด้วยกัน (พระธรรมปฐมกาล 39)

  • จงเก็บคอมพิวเตอร์ จงเก็บโทรศัพท์ และไปทำอะไรอย่างอื่นๆ เพื่อหันความคิดของเราไปยังสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ อย่าแค่พูดกับตัวเองเท่านั้นว่า อย่าดูเถอะแต่ไปทำอย่างอื่น เช่น ไปแตะบอล ไปกินข้าว หยิบหนังสือดีๆ มาอ่าน หรือไปทำอะไรที่คุณชอบทำ ที่สำคัญให้เราหยิบพระคัมภีร์มาอ่านและอธิษฐาน พระคัมภีร์สอนว่า สุดท้ายนี้พี่น้องทั้งหลาย จงใคร่ครวญถึงสิ่งที่เลอเลิศหรือสิ่งที่ควรสรรเสริญคือ สิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่น่ายกย่อง (พระธรรมฟิลิปปี 4:8)

อย่าคิดว่าปัญหานี้จะหายไปเอง

  • ถ้าคุณยังโสดอยู่ อย่าพูดกับตัวเองว่า เมื่อผมแต่งงานแล้ว ก็จะไม่มีปัญหานี้เลย เพราะมีภรรยาที่ผมจะสามารถหลับนอนได้เสมอ และความรู้สึกที่อยากจะดูสื่อลามกก็จะหายไปทันทีผมขอเตือนพี่น้องว่า อย่าคิดอย่างนี้เด็ดขาด เพราะคนที่แต่งงานแล้วยืนยันได้ว่าชีวิตสมรสอาจไม่เหมือนกับที่คนโสดมักจะคิด สามีภรรยาส่วนใหญ่มีเซ็กส์กันน้อยกว่าที่คิดไว้ ผู้ชายมักจะมีความต้องการมากกว่าผู้หญิง แต่หลายครั้งก็มีสิ่งที่ทำให้ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันได้ เช่น ภรรยาไม่สบาย ภรรยาเหนื่อย คุณเหนื่อย คุณต้องเดินทางเพราะงาน ชีวิตวุ่นว่าย ลูกๆ ยังไม่นอน ภรรยามีประจำเดือน ถ้าคุณและภรรยาเพิ่งโต้เถียงกันเสร็จ เธอคงไม่อยากนอนกับคุณหรอก บางครั้งคุณอยากจะนอนด้วยกัน แต่ภรรยาไม่อยาก จะเห็นได้ว่าปัญหาการชมสื่อลามกก็อาจจะยังคงเป็นปัญหาสำหรับคนที่แต่งงานแล้วเหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะยังโสดอยู่หรือแต่งงานแล้ว คุณต้องจัดการกับปัญหานี้เดี๋ยวนี้ เพราะปมนี้จะไม่คลี่คลายออกไปด้วยตัวเอง จงพัฒนาและรักษาความสัมพันธ์ของคุณกับภรรยาให้ดี เพื่อคุณทั้งสองคนจะมีความสุขกับชีวิตคู่ จงตัดสินใจว่าผมจะเป็นสามีที่รักเดียวใจเดียวที่ชื่นชมในภรรยาตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่กับผู้หญิงคนอื่นๆ รวมทั้งผู้หญิงที่อยู่ในรูปภาพ และคลิปโป๊ด้วย จงต่อสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง จงต่อสู้เพื่อชีวิตคู่ จงต่อสู้เพื่อชีวิตครอบครัว จงต่อสู้เพื่อพระคริสต์และคริสตจักรของพระเจ้า เราที่เป็นผู้ชายต้องเตรียมตัวให้พรักพร้อมที่จะต่อสู้อย่างสุดกำลัง ไม่เช่นนั้นเราจะถูกทำลายอย่างง่ายดาย

อย่ายอมแพ้ เพราะพระคุณพระเจ้าประคองเราไว้

ผู้ชายบางคนที่อ่านบทความนี้อาจรู้ว่าตัวเองกำลังทำสิ่งที่ผิด และรู้สึกแย่กับตัวเอง แต่อย่าเพิ่งท้อใจนะครับ พระเจ้าพร้อมที่จะให้อภัยคนที่ล้มซ้ำๆ ในเรื่องการดูสื่อลามก ข่าวดีของพระคริสต์สำหรับพวกเราทุกคนคือ พระเจ้ามีพระคุณต่อผู้ที่ยอมรับว่าทำความผิดและตั้งใจหันจากความบาปนั้น พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ถ้า​เรา​สารภาพ​บาป​ของ​เรา พระองค์​ทรง​ซื่อสัตย์​และ​เที่ยงธรรม ก็​จะ​ทรง​โปรด​ยก​บาป​ของ​เรา และ​จะ​ทรง​ชำระ​เรา​ให้พ้น​จาก​การ​อธรรม​ทั้งสิ้น(พระธรรม 1 ยอห์น 1:9) ความหมายของหมายไม้กางเขนคือ พระเจ้าให้โอกาสกับเรา เพราะพระเจ้ารักเรามาก พระเยซูตรัสว่า พระเจ้า​ทรง​ให้​พระบุตร​เข้ามา​ใน​โลก ไม่ใช่​เพื่อ​พิพากษา​โลก แต่​เพื่อ​ช่วยกู้​โลก​ให้​รอด​โดย​พระบุตร​นั้น (พระธรรมยอห์น 3:17)

แม้ว่าอดีตของเราเป็นอย่างไร พระเจ้าสามารถช่วยคุณให้สร้างอนาคตที่สวยงามและบริสุทธิ์ได้ พระคุณของพระองค์ประคองเราไว้และจะช่วยให้เราทุกคนที่เคยพ่ายแพ้ และล้มลงในเรื่องการดูสื่อลามกให้มีท่าที่เหมือนกับอัครทูตเปาโลได้ คือว่า

พี่น้อง​ทั้งหลาย ข้าพเจ้า​ไม่​ถือว่า​ข้าพเจ้า​ฉวย​ไว้​ได้​แล้ว แต่​ข้าพเจ้า​ทำ​อย่าง​หนึ่ง คือ​ลืม​สิ่ง​ที่​ผ่าน​พ้น​มา แล้ว​โน้ม​ตัว​ไป​ยัง​สิ่ง​ที่​อยู่​เบื้องหน้า และ​ข้าพเจ้า​บากบั่น​มุ่ง​ไป​สู่​หลักชัย เพื่อ​จะ​ได้​รับ​รางวัล​คือ​การ​ทรง​เรียก​แห่ง​เบื้องบน​ซึ่ง​มี​ใน​พระเยซูคริสต์(พระธรรมฟิลิปปี 3:13-14)

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn